Tip IT

Tip Computer

Mobile App

Free Game

Tip IT

Style5[ImagesOnly]

News IT

25 อันดับ Anti Virus ที่ใช้ดีแล้วบอกต่อ ประจำปี 2014-2015

คงเป็นคำถามคาใจใครหลายๆถึง Anti Virus ที่ดีที่สุด ว่าสรุปแล้วโปรแกรมแอนตี้ไวรัสควรที่จะใช้ตัวไหน หรือว่าเราควรใช้อันไหนดีจะดีที่สุด
ซึ่งในวันนี้ทางทีมงาน NotebookSPEC ก็ไปเจอการจัดอันดับมาจากเว็บไซด์ชื่อดังอย่าง Top Ten Reviews ที่ได้จัดอันดับ Anti Virus ยี่ห้อต่างๆ เอาไว้รวมกันมากถึง 25 อันดับ ด้วยกันครับ
โดยการจัดอันดับนั้นก็ไม่ใช่วัดจากความ ชอบแต่อย่างใด แต่เค้าวัดด้วยคะแนนในด้านต่างๆ เช่นฟีเจอร์ที่ Anti Virus นั้นรองรับว่าครบถ้วนหรือไม่อย่างไร , วัดจากระดับการป้องกันว่าครอบคลุมมากแค่ไหน , วัดจา ประสิทธิภาพของตัวโปรแกรมเองว่าใช้งานได้ดีหรือไม่และกินทรัพยากรของเครื่อง หรือเปล่า , วัดจากความสะดวกในการใช้งานเช่น ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ง่ายๆ หรือเข้าใจหรือเปล่า
รวมไปถึงวัดจากบริการหลังการขายเช่นถ้า เกิดตัวซอฟแวร์มีปัญหาหรือเครื่องเรามีปัญหาจะมีใครคอยช่วย Support หรือไม่เป็นต้นครับ ซึ่งทีมงานจะไม่พูดถึงรายละเอียดเรื่องนั้น
เนื่องจากค่อนข้างยาวแต่ใครที่สนใจก็สามารถไปอ่านได้ที่ แต่ที่จะพูดถึงเลยก็คืออันดับที่ถูกจัดเอาไว้ครับ ซึ่ง Anti Virus ตัวไหนจะได้อันดับ 1-25 ไปดูกันเลย
25 อันดับ Anti Virus ที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2014-2015
25. AVG Antivirus
24. ViRobot Desktop
23. CyberDefender Early Detection Center
22. ParetoLogic XoftSpy AntiVirus Pro
21. F-Prot Antivirus
20. Total Defense Anti-Virus
19. TrustPort Antivirus
18. Lavasoft Ad-Aware Pro
17. VIPRE Antivirus
16. Norman Antivirus
15. Webroot Secure Anywhere Antivirus
14. Avast! Pro Antiviru
13. F-Secure Anti-Virus
12. Panda Antivirus Pro
11. ESET NOD32 Antivirus
10. G Data AntiVirus
9. ZoneAlarm Antivirus + Firewall
8. eScan Anti-Virus
7. BullGuard Antivirus
6. Avira Antivirus Premium
5. Trend Micro Titanium Antivirus
4. Norton AntiVirus
3.McAfee AntiVirus Plus
2. Kaspersky Anti-Virus
1. Bitdefender Antivirus Plus
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับทั้ง 25 อันดับข้างต้น คุ้นหูกันมากๆเลยใช่ไหมละครับ ซึ่งผมเองก็จอเสริมอีกซักเล็กน้อยสำหรับคนที่อยากได้อยาก Anti Virus ดีๆ ขอให้ซื้อของแท้นะครับ เพราะ Anti Virus ของแท้จะมีการอัพเดทฐานข้อมูลไวรัสอยู่เสมอทำให้สารถจัดการได้อย่างทันท่วง ทีครับ
หรือถ้าใครใช้ Windows 8.1 แท้อยู่ ตัว Windows Defender ก็นับว่าสามารถช่วยป้องกันไวรัสได้ระดับนึงเลยนะครับ(ถ้าไม่เข้าเว็บมั่วๆ ดาวน์โหลกไฟล์มั่วๆ) แต่เอาเป็นว่าถ้าใครไม่มีเงินลองหา Anti Virus ฟรีๆอย่าง Avira ร่มแดงมาใช้ชั่วคราวไปก่อนก็ได้นะครับ
ที่มา : Top Ten Reviews


วิธีตั้งค่า Modem Linksys Smart Wi-Fi

วิธีตั้งค่า Modem Linksys Smart Wi-Fi

เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจการตั้งค่าในบทความนี้จะอิงจาก Network Diagram ด้านบน ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อ Linksys Smart Wi-Fi Router เข้ากับ Modem Router หรือ Wireless Modem Router  เพื่อใช้งานอินเตอร์เน็ตและการตั้งค่าการเชื่อมต่อแบบไร้สาย (Wireless) โดยจะมีการแจก ip address คนละวงกันดังนี้
  • ip address ของ Modem Router กำหนดเป็น 192.168.1.1 subnet 255.255.255.0
  • ip address ของ Linksys Smart Wi-Fi Router กำหนดเป็น 192.168.2.1 subnet 255.255.255.0
  • ช่วงของ ip address ที่จะให้ Linksys Smart Wi-Fi Router เป็นคนแจกให้แก่ลูกข่ายคือช่วง 192.168.2.100 – 192.168.2.149
  • Internet Connection ของ Linksys Smart Wi-Fi Router กำหนดเป็น Automatic Configuration-DHCP
การตั้งค่าการใช้งาน Linksys Smart Wi-Fi Router EA-Series
1. ตรวจสอบว่า ip address ของ Modem Router เป็น 192.168.1.1 หรือไม่ ถ้าไม่ใช่ให้ตั้ง ip address ใหม่
2. เชื่อมต่อ Linksys Smart Wi-Fi Router เข้ากับตัว Modem Router / Wireless Modem  Router ผ่านทางพอร์ต Internet (WAN) ของ Linksys Smart Wi-Fi Router และเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านพอร์ต LAN
3. ที่คอมพิวเตอร์เปิดโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ เช่น Internet Explorer และพิมพ์ 192.168.1.1 ในช่อง Address bar
4. ล็อกอินด้วยรหัสผ่านของเร้าเตอร์: admin (ค่า Default) จากนั้นกดปุ่ม Sign in เพื่อเข้าสู่หน้าการตั้งค่า
5. เลือกเมนู Connectivity
6. เลือกแท็บ Internet Setting จากนั้นคลิก Edit เพื่อตั้งค่าการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต
7. ตรง Type of Internet Connection ให้เลือกเป็น Auto Configuration – DHCP


8. เลือกแท็บ Local Network จากนั้นคลิก Edit ที่ Router Detail เพื่อเปลี่ยน ip address ของ Router ตาม Network diagram กำหนดเป็น 192.168.2.1 subnet 255.255.255.0 และตรง DHCP Server กำหนด Start ip address เริ่มที่ 192.168.2.100
9. เสร็จแล้วกดปุ่ม kb25775-013_en_v1 เพื่อบันทึกการตั้งค่า

10. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าจะมีหน้าต่างขึ้นมาเพื่อให้ยืนยันการเปลี่ยนแปลง
11. กดปุ่ม OK เพื่อดำเนินการ หลังจากนนี้ ip address ของ Router จะเปลี่ยนเป็น 192.168.2.1
12. ปิด-เปิด ตัว EA-Series Wireless Router
13. ให้เข้ามาที่หน้าการตั้งค่าเร้าเตอร์ใหม่โดยพิมพ์ 192.168.2.1 ในช่อง address bar ของเบราเซอร์
14. เลือกเมนู Wireless เพื่อตั้งค่าการเชื่อมต่อไร้สาย
15. เลือกแท็บ Wireless และคลิก Edit เพื่อตั้งค่าการเชื่อมต่อไร้สายทั้งย่าน 2.4 GHz และ 5 GHz ซึ่งมีวิธีการตั้งค่าแบบเดียวกัน จึงขอยกตัวอย่างเฉพาะย่าน 2.4 GHz ซึ่งเป็นย่านที่อุปกรณ์ลูกข่ายส่วนใหญ่ใช้
16. เปลี่ยนชื่อ Network Name (SSID) เป็นชื่อที่ต้องการและตั้งค่า Password จากนั้นเลือก Network Mode เป็น Mixed และ Security mode เป็น WPA2/WPA Mixed Personal เพื่อความปลอดภัยและรองรับกับอุปกรณ์ลูกข่ายได้หลากหลาย ส่วน Channel width และ Channel เลือกเป็น Auto
17. เสร็จแล้วกดปุ่ม kb25775-013_en_v1 เพื่อบันทึกการตั้งค่า
18. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าจะมีหน้าต่างขึ้นมาเพื่อให้ยืนยันการเปลี่ยนแปลง
19. กดปุ่ม Yes เพื่อดำเนินการ
20. เมื่อการ Setup EA-Series Wireless Router ถูกต้องสถานะในส่วน Network Status จะแสดงคำว่า Connected


เคล็ดลับและเทคนิคที่ทำให้ Windows 7 เร็วขึ้น



ตอนนี้ทุกท่านคงคุ้นเคยและใช้งานกันอย่างคล่องแคล่วแล้วสำหรับ windows 7 วันนี้ผมมีเคล็ดลับและเทคนิคที่ทำให้ Windows 7 เจ๋งขึ้นมาฝากกัน ในบทความนี้เราจะมุ่งเน้นไปที่อินเตอร์เฟซของ Windows 7 ที่ให้คุณเริ่มต้นไปสู่การเป็นผู้ใช้ Windows 7 อย่างเชี่ยวชาญยิ่งขึ้นไปอีก

1 ใช้แป้นพิมพ์เป็นคำสั่งลัด
การใช้เมาส์อาจจำยอดเยี่ยมกว่าีคีย์บอร์ดมากในการใช้งานทั่วๆไป แต่ถ้าหากใช้แป้นพิมพ์ไปด้วยมันคงจะเจ๋งเข้าไปให้ ต่อไปนี้คือส่วนหนึ่งของคำสั่งที่ใช้ด้วย แป้นพิมพ์ลัด

Win+ลูกศาซ้าย และ Win+ลูกศรขวา เป็นการเลื่อนรายการที่ ที่ dock ของวินโดวส์ไปทางซ้ายหรือขวา

Win + ลูกศรบน และ Win + ลูกศรลง เป็นการย่อ หรือเรียกคืนหน้าต่างที่เปิดใช้งานอยู่

Win + M ย่อทุกหน้าต่างที่เปิดอยู่

Alt + ลูกศรขึ้น , Alt + ลูกศรซ้าย , Alt + ลูกศรขวา เป็นการเรียกไปที่โฟลเดอร์หลักหรือเรียกกลับ และส่งต่อผ่านโฟลเดอร์ใน Explorer

Win + Home ย่อและเปิดหน้าต่างทั้งหมดยกเว้นหน้าต่างที่ใช้งานอ

Alt + Win + # เข้าถึงรายการของโปรแกรม '#' บน task bar เครื่องหมาย # แทนตัวเลขลำดับที่ของโปรแกรมที่เปิดอยู่



2.การเรียงไอคอนบน System Tray


คุณสามารถจัดเรียงไอคอนบนทาสก์บาร์ตามที่คุณต้องการ หรือสลับการทำงาน ของโปรแกรม ยังสามารถจัดเรียงไอคอนถาดระบบ เรียงลำดับหรือย้าย ซึ่งการเรียงลำดับจะเป็นการเรียกใช้งานตามลำดับด้วยซึ่งสามารถซ่อนหรือไม่ แสดงไอคอนที่เราต้องการทำให้เรียกใช้งานได้ง่ายขึ้นด้วย

3 การเข้าถึงรายการทางลัดด้วยปุ่มซ้ายของเมาส์

รายการของโปรแกรมต่างๆที่ task bar จะเรียกขึ้นมาเมื่อคุณคลิกขวาบนไอคอนแถบงาน แต่ยังสามารถเข้าถึงได้โดยคลิกที่ เมาส์ปุ่มซ้ายและลากขึ้นไป หากคุณใช้ทัชแพดแล็ปท็อปหรือหน้าจอสัมผัส จะอำนวยความสะดวกสบายเพราะคุณจะได้ไม่ต้องคลิกปุ่มใด ๆ เพียงลากมัน เจ๋งเลยละ

4 เพิ่มโฟลเดอร์ใด ๆ ในรายการโปรด



คุณสามารถเพิ่มโฟลเดอร์ใด ๆ ไปยังส่วนของรายการโปรดใน Windows Explorer เมื่อต้องการเพิ่มโฟลเดอร์ให้นำทางไปยังใน Explorer, คลิกขวาที่ Favorites รายการในบานหน้าต่างนำทางด้านซ้ายและเลือก Add current location to Favorites เพียงเท่านี้โฟลเดอร์ที่เราใช้บ่อยๆก็จะหาง่ายขึ้นและเรียกใช้ได้สะดวกมากขึ้น

5 ปักหมุด โฟลเดอร์ที่ใช้บ่อยในแถบงาน
เป็นการสร้างทางลัดอีกแบบหนึ่งให้เข้าถึงไฟล์และโฟลเดอร์ที่ใช้บ่อย ๆ ได้ง่ายขึ้น ให้ทำการคลิกขวาลากและโฟลเดอร์ที่ที่ใช้งานบ่อยๆไปไว้ที่ Windows Explorer บนแถบงาน ทีนี้เมื่อคุณคลิกขวาบน Explorer ที่ให้คุณเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วไปยังโฟลเดอร์นั้น ๆ

6 ปักหมุด Control Panel ที่แถบงาน




คุณไม่สามารถ ปักหมุด แผงควบคุมเพื่อใช้งานแถบงานผ่านทางเมนู Start โดยการลากและวางประโยชน์จากการนี้เป็นรายการไปแผงควบคุมที่ช่วยให้การเข้า ถึงอย่างรวดเร็ว


7 สร้างแป้นพิมพ์ลัดสำหรับการเข้าถึงโปรแกรม
คุณสามารถสร้างแป้นพิมพ์ลัดสำหรับการเข้าถึงโปรแกรมใด ๆ ใน Windows 7 โดยให้ทำการคลิกขวาที่ไอคอนของโปรแกรมและเลือก Properties เลือกแท็บ Shortcut จากนั้นในช่อง Shortcut key จะ เป็นการตั้งค่าแป้นพิมพ์ลัดสำหรับโปรแกรมที่ต้องการให้พิมพ์เข้าไปได้เลยดัง แสดงในรูปด้านล่างครับ เราก็จะเข้าถึงโปรแกรมนั้น ๆ ได้ด้วยการพิมพ์ตามที่ได้ตั้งค่าไว้แล้ว






8 ใช้คำสั่ง Command Prompt ในการเปิดในโฟลเดอร์ใด ๆ
หากใครชื่อชอบการใช้งานคำสั่งจัดการแฟ้มผ่าน Command Prompt แล้วละก็ให้ทำการกดปุ่ม Shitft เมื่อคลิกขวาบนโฟลเดอร์ที่จะได้รับตัวเลือกที่ในเมนูขึ้นมา ยังใช้งานบนเดสก์ทอป แต่หากใครที่ไม่รู้จักมันก็ข้ามไปได้เลยสำหรับพวกฮาร์ดคอร์




9 ขยายเมนู 'Send To' ทั้งหมด
บางทีที่เราต้องการจะส่งโปรแกรมหรือไฟล์ใด ๆ ไปด้วยเมนู send to คำสั่งบางอันอาจโดนย่อไว้แ้ก้ได้้ด้วยการกดปุ่ม Shift เมื่อคลิกขวาบนโฟลเดอร์ ก็จะได้รับการขยายตัวคำสั้งทั้งหมดที่ส่งไปยังเมนู

10 ปรับหน้าจอ Clear Type เพื่อการแสดงผลที่ดีขึ้น
การปรับแต่งนี้สำหรับบนจอ LCD ของคุณหรือหน้าจอแล็ปท็อปให้เข้าที่ Run จากเมนู Start จากนั้นพิมพ์ว่า cttune.exe ในกล่องค้นหาหรือไปที่ Control Panel และเลือกการ Adjust ClearType Text ก็จะเข้าสู่หน้าปรับแต่งให้เลือกการแสดงผลที่เหมาะกับเรามากที่สุดจะได้ถนอมสายตาด้วย



11 กำหนดค่าของปุ่มเพาเวอร์
ถ้าคุณรีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณบ่อยๆ การเปลี่ยนค่าเริ่มต้นการใช้งานปุ่มเพาเวอร์คงจะเป็นสิ่งดีไม่น้อยเพราะค่า เริ่มต้อนของมันก็คือ shutdown ซึ่งเป็นการปิด ให้ทำการโดยคลิกขวาที่ปุ่ม Start ให้เลือก Properties และเลือก Power button action ที่ คุณใช้มากที่สุดในที่นี้คงเป็น restart จากนี้เมื่อคลิกที่ปุ่มปิดมันจะเป็นการรีสตาร์ทแล้ว หรือจะกำหนดออฟชั้นอื่น ๆ เป็นค่าเริ่มต้นก็ได้




12 การกำหนดจำนวนรายการในรายการทางลัดและเมนูเริ่ม
ส่วนนี้คงเหมาะสำหรับคนที่รู้สึกว่าเมนูต่าง ๆ ในรายการทางลัดมันแกะกะ เกินไป หากคุณเป็นเช่นนั้นให้ทำการคลิกขวาที่ Start เลือก Properties ให้คลิก Customize และเลือกจำนวนของโปรแกรมล่าสุดที่จะแสดงในเมนูเริ่ม และจำนวนรายการที่ปรากฏในรายการทางลัดจากเมนู 'เริ่ม' ส่วนขนาดด้านล่าง ในช่อง Jump Lists



13 ค้นหาจากอินเทอร์เน็ตด้วย Start Menu


เปิดใช้งานการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตจากเมนู Start โดยใช้เบราว์เซอร์เริ่มต้นของคุณเรียก gpedit.msc จาก Start Menu ที่กล่องค้นหาเพื่อเริ่มต้นการแก้ไข Group Policy Editor ในบานหน้าต่างด้านซ้ายไปที่ผู้ใช้ User Configuration->Administrative Templates->Start Menu and Taskbar. ในบานหน้าต่างด้านขวาคลิกขวาเพื่อแก้ไขและเปิดใช้งาน Add Search Internet link to Start Menu ด้วยการ Enable


14 เพิ่มเมนูวิดีโอในแถบ Start
Windows 7 ไม่ได้สร้างส่วนเชื่อมโยงไปยังวิดีโอของคุณบนเมนูเริ่มในค่าเริ่มต้น ในการ เพิ่มการเชื่อมโยงกับวิดีโอของคุณบนเมนูเริ่มให้คลิกขวาที่ Start เลือก Properties ให้คลิก Customize ในส่วน Videos ที่ด้านล่างเลือกการแสดงผลเป็น Display as a link

น่าจะมีประโยชน์บ้างละครับสำหรับบางท่าน หากชอบใจเชิญติดตามได้ในบทความต่อ ๆ ไป 


วิธีชี้โดเมน 1and1 ไป Blogspot ,How to point 1and1 domain to blogger



วิธีตั่งค่าโดเมน 1and1 ไป บล้อกเกอร์

ก่อนอื่นต้องไปจดโดเมนกับ 1and1 ก่อนนะครับ ตามลิ้งนี้เลยครับ 1&1 Domain
หลังจากจดโดเมนมาแล้วตัวอย่าง http://tipit.com
เราก็ล็อกอินเข้าบล้อกของเราคลิกตั่งค่า
ใส่ชื่อโดเมนที่เราจดมา โดยเพิ่ม www.ข้างหน้าด้วยนะครับ
ใส่ชื่อโดเมนที่เราจดมา โดยเพิ่ม www.ข้างหน้าด้วยนะครับ

ขั่นตอนต่อไปเราก็ล้อกอินเข้า 1and1 domain ที่เราจดมานะครับ

เราก็จะเจอหน้านี้ ขั้นตอนแรกคลิกตั่ง DNS 
ตั้งค่า DNS โดเมนหลักก่อนนะครับ
ต่อไปเป็นการสร้างซับโดเมน ขั่นตอนแรก
สร้างซับโดเมนครั่งแรกใส่ไปเพียง www นะครับ (ย้ำนะครับใส่เเฉพาะ www เท่านั้น)หลังจากเราใด้ซับโดเมนมาแล้วก็เข้าไปตั่งค่า DNS CNAME เหมือนกัน ที่เราตั่งให้โดเมนครั่งแรกเลยครับ
ขั้นตอนต่อไปนี่สำคัญมากนะครับ สร้างซับโดเมนครั่งที่ 2 
ทำตามขั้นเสร็จก็กลับไปที่บล้อกทีกด save เป็นอันเรียบร้อยครับ บทความมีประโยชน์
ก้อปไปแล้วให้เครดิตด้วยนะครับ 


รวม PDF ที่ใช้งานใด้จริง



เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป ว่าไฟล์ประเภท PDF นั้น ถือเป็นอีกมาตรฐานหนึ่งของไฟล์เอกสารที่ได้รับความนิยมในการใช้งานกันโดยทั่วไป ซึ่งมีประโยชน์ในด้านต่างๆ มากมาย
ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเอกสารสำหรับการอ่านหรือการส่งไฟล์สำคัญหรือเป็นเอกสารที่ใช้ทำงานผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งข้อดีก็คือ เป็นไฟล์ขนาดไม่ใหญ่ แสดงผลทั้งในส่วนของตัวอักษรและรูปภาพไปพร้อมๆ กัน ไฟล์มีคุณภาพค่อนข้างสูง ไม่ทำให้ฟอร์แมตผิดเพี้ยนไปนัก นอกจากนี้ยังแทรกวีดีโอแทรกเข้าไปได้อีกด้วย เป็นฟอร์แมตที่ง่ายต่อการนำไปใช้ในอุปกรณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวันหรือส่งผ่านอีเมล์ได้สะดวก จึงนิยมนำไปทำเอกสารประเภท e-Document ที่สำคัญยังทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์อื่นๆ ข้ามแพลตฟอร์มได้อีกด้วย
ข้อดีของเอกสารในแบบ PDF ก็คือ สามารถส่งเป็นเอกสารยืนยันหรือเป็นเอกสารแนะนำสินค้า เอกสารยืนยันหรือเป็นเอกสารที่ใช้สำหรับการอ่านข้อมูลประเภท e-Book หรือ e-Document ได้ง่าย เพราะคุณภาพหลังการแปลงไม่ค่อยผิดเพี้ยนไปจากต้นฉบับ แต่ง่ายต่อการจัดส่ง ที่สำคัญไม่สามารถแก้ไขได้นั่นเอง
ซึ่งการสร้างไฟล์ PDF ถ้ามองกันง่ายๆ ในเวลานี้ หากเป็นไฟล์เอกสาร ส่วนใหญ่ถ้าใช้ MS Office ในเวอร์ชัน 2010 ขึ้นมา ก็สามารถ Save as…PDF ได้ทันทีไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมอื่นเพิ่มเติม แต่ถ้าใน MS Office เวอร์ชันก่อนหน้านี้ เช่น Office 2007 ก็อาจจะต้องพึ่งพาโปรแกรมประเภทปรินต์ PDF อย่างเช่น PrimoPDF หรือ doPDF ที่ใช้ในการสร้างไฟล์ PDF จากหน้าเอกสาร โดยต้องติดตั้งโปรแกรมเหล่านี้ลงไปก่อน จากนั้นจึงสั่ง Print ออกมาเป็น PDF ซึ่งให้คุณภาพในการทำงานค่อนข้างดีทีเดียว
นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมที่ใช้ในการสร้างไฟล์ PDF จากเอกสารมากมายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น doPDF, CutePDF, PDFCreator หรือ PDFMaker เป็นต้น แต่ในปัจจุบันโปรแกรมสร้าง PDF ที่นิยมใช้กันอยู่ก็มีเพียงไม่กี่โปรแกรม ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นที่ฟีเจอร์ในการแปลงไฟล์มากยิ่งขึ้น

PrimoPDF เป็นโปรแกรมสร้าง PDF ที่ได้รับความนิยมมากทีเดียว เนื่องจากมีขนาดเล็ก ติดตั้งง่ายและใช้งานสะดวก เมื่อติดตั้งลงไปในระบบแล้ว การเรียกใช้ก็เพียงสั่ง Print แล้วไปที่ PrimoPDF ซึ่งในหน้าโปรแกรม จะมีให้เลือกด้วยว่าต้องการสร้างขึ้นมาไว้ใช้งานประเภทไหน เพื่อระบบจะได้ปรับให้เอกสารที่ออกมา เหมาะสมกับการใช้งาน เลือกได้ทั้ง Screen, Print, eBook, Prepress และ Custom
นอกจากนี้ยังกำหนดชื่อ คนเขียน สร้างไฟล์ ชื่อไฟล์เอกสารและคีย์เวิร์ด ได้ครบถ้วน เพื่อแจ้งให้ผู้อื่นได้ทราบถึงที่มาเอกสารที่เราสร้างขึ้น รวมถึงระบบ Security ที่ให้ผู้ใช้ตั้ง Password เพื่อป้องกันการแอบใช้งานหรือในกรณีที่เป็นความลับ
แต่ถ้าต้องการโปรแกรมในการสร้าง PDF file ที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้นหรือรองรับไฟล์ที่ใช้ในการแปลงให้มีความหลากหลาย ก็อาจจะต้องเลือกโปรแกรมประเภท Create ขึ้นมาด้วย อย่างเช่น
doPDF เป็นโปรแกรมในการสร้างเอกสาร PDF อีกรุ่นหนึ่งที่ได้รับความนิยมค่อนข้างสูง เนื่องจากมีการใช้งานที่ง่ายและให้ความละเอียดแบบเครื่องปรินต์เลยทีเดียว รองรับการแปลงไฟล์ได้หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น DOCX, XLSX, PPTX, PUBX, HTML, DOC, XLS, PPT โดยสามารถเลือกขนาดและ Resolution ได้ตามต้องการ เพื่อคุณภาพในการใช้งานที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งหากใครเน้นที่ความเรียบง่ายแล้ว doPDF เป็นทางออกสำหรับการสร้างเอกสาร PDF ที่สะดวกไม่น้อย แม้จะไม่ได้มีลูกเล่นมากมาย แต่ย้ำว่า “ฟรี”
PDFCreator ถือว่าเป็นอีกโปรแกรมหนึ่งที่ช่วยในการสร้างไฟล์ PDF ที่มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง นอกจากการแปลงไฟล์จากเอกสารพื้นฐานให้เป็น PDF ได้แล้ว ยังรองรับการแปลงไฟล์แบบอื่นๆ เป็น PDF ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ภาพ JPG, PNG, BMP, TIFF หรือ RAW เป็นต้น ซึ่งให้ความละเอียดได้มากถึง 1200dpi ที่สำคัญสามารถเพิ่มข้อมูลประเภท File name, Keyword, Date, Time รวมถึงการเข้ารหัสไฟล์เพื่อป้องกันลักลอบใช้งานได้อีกด้วย เรียกว่ามีฟังก์ชั่นให้เล่นเพิ่มเติมสำหรับคนที่ใช้งาน PDF อยู่เป็นประจำ
แบ่งหน้า PDF รวมไฟล์ PDF ง่ายเหมือนปอกกล้วย
แต่การใช้งาน PDF ก็คงไม่ได้หมดแค่นี้ เพราะยังมีเรื่องของการแยกไฟล์หรือรวมไฟล์ เอาไว้สำหรับผู้ใช้ที่มีไฟล์ PDF จำนวนมาก แล้วต้องหาเครื่องมือในการจัดการไฟล์ อย่างเช่น การแยกไฟล์ PDF จากเดิมที่มีหลายหน้าในไฟล์เดียว ให้แบ่งออกเป็นไฟล์ละหน้าหรือรวมจากหลายๆ หน้าเป็นไฟล์เดียว ซึ่งก็ต้องอาศัยโปรแกรมเสริมเพื่อช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น อย่างเช่น โปรแกรมที่เรียกว่า PDFill PDF Editor
PDFill PDF Editor เป็นหนึ่งในโปรแกรมสำหรับจัดการไฟล์ PDF หรือแปลงไฟล์ PDF ที่เรียกได้ว่ามีฟังก์ชันในการใช้งานที่โดดเด่นมากทีเดียว เพราะนอกจากจะสามารถสร้างไฟล์ PDF ได้ตามปกติแล้ว ยังรองรับการแปลงไฟล์จาก PDF ไปอยู่ในรูปแบบอื่นได้อีกด้วย นอกจากนี้ส่วนที่สำคัญก็คือ การแบ่งหรือรวมไฟล์ PDF ได้ตามต้องการ ด้วยการแบ่งเป็นหน้าหรือการรวมเอาไฟล์ PDF หลายๆ หน้ามารวมเข้าด้วยกันเป็นไฟล์เดียว แล้วยังเพิ่มการใส่ลายน้ำ การหมุนไฟล์และการเข้ารหัสเพื่อป้องกันไฟล์ได้อีกด้วยจะเห็นได้ว่ามีฟังก์ชันเสริมเพื่อการใช้งานในรูปแบบของ PDF อีกมากมายบนโปรแกรมตัวนี้
การแบ่งไฟล์ PDF
การเข้ารหัสไฟล์ PDF
การจัดกำหนดพื้นที่และการ Rotate ไฟล์ PDF 
การตั้งค่าหน้าและ Format PDF
การใส่ลายน้ำให้กับ PDF
ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการใช้งานร่วมกับไฟล์ PDF ที่เกือบจะครบถ้วนในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างไฟล์ PDFจากเอกสาร ด้วยวิธีง่ายๆ ในกรณีที่ไม่ได้ใช้ MS Office ในเวอร์ชันใหม่ๆ หรือการแปลงไฟล์รูปภาพให้กลายเป็น PDF รวมไปถึงการสร้างไฟล์ PDF ขึ้นจากโปรแกรมอื่นๆ บนวินโดวส์และการแบ่งหรือรวมไฟล์ PDF เพื่อให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น การแปลงไฟล์ PDF เรียกได้ว่าโปรแกรมทั้ง 4 แบบที่แนะนำมาก็สามารถตอบสนองได้ดีทีเดียว ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นแบบฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
สร้าง pdf แบบ ออนไลน์ใด้ที่นี่ครับ